Roojai

ไตรกลีเซอไรด์สูงคืออะไร? พร้อม 6 วิธีลดไขมันตัวร้าย

วิธีลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในร่างกาย | ประกันโรคร้ายแรง | รู้ใจ

ในยุคปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและความสะดวกสบายที่มีให้เลือกมากมายทำให้หลายคนหันไปทานอาหารที่ไม่ระวัง เพื่อความรวดเร็วและสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลมาก และอาหารแปรรูปกลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือระดับไขมันในเลือดที่ไม่สมดุล มาเจาะลึกกันว่า ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) คืออะไร ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร และควรทำยังไงเพื่อลดลงให้เป็นปกติก่อนเสี่ยงโรคร้ายแรง

สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!

ไตรกลีเซอไรด์คืออะไร?

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) คือไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือดของเรา ร่างกายสามารถสร้างไตรกลีเซอไรด์ขึ้นเองได้จากตับ หรือได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น หมูสามชั้น น้ำมัน และเนย ไตรกลีเซอไรด์มีความสำคัญต่อร่างกายเพราะเป็นแหล่งพลังงานสำรอง แต่หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่น ๆ

ไตรกลีเซอไรด์สูง เกิดจากอะไร?

เมื่อเราพูดถึง “ไตรกลีเซอไรด์สูง” หมายถึงระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่าค่าปกติ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การมีน้ำหนักเกิน หรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การมีระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ

ไตรกลีเซอไรด์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าสูง?

ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดจะถูกจัดหมวดหมู่ตามช่วงค่าดังนี้

  • ปกติ น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)
  • สูงเล็กน้อย 150-199 mg/dL
  • สูงมาก 200-499 mg/dL
  • สูงอย่างรุนแรง มากกว่า 500 mg/dL
อาหารแบบไหนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง | ประกันโรคร้ายแรง | รู้ใจ

ไตรกลีเซอไรด์สูงเสี่ยงโรคร้ายอะไรบ้าง?

การมีไตรกลีเซอไรด์สูงสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น

  1. โรคหัวใจ – การสะสมของไขมันในหลอดเลือดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 – การมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงมักสัมพันธ์กับการมีน้ำหนักเกินและโรคเบาหวาน
  3. ไขมันพอกตับ – ไตรกลีเซอไรด์สูงอาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันในตับ

หนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงทั้งไตรกลีเซอไรด์สูง และโรคร้ายแรงคือพฤติกรรมของเรานั่นเอง เช่น ไม่ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่เป็นตัวการของปัญหาสุขภาพ แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน บางคนอาจไม่ได้มีเวลาหรือละเลยการดูแลสุขภาพ ซึ่งอย่างน้อยการวางแผนรับมือในวันที่ป่วยโรคร้ายจะช่วยให้อุ่นใจ ทั้งจากค่าใช้จ่ายในการรักษา ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน ประกันโรคร้ายแรงที่รู้ใจคุ้มครอง 4 กลุ่มโรคร้าย เลือกปรับแผนได้ตามใจ เจอจ่ายจบ รับเงินก้อนสูงสุดถึง 2 ล้านบาท

อาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง

อาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง จะเป็นอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลมาก เช่น

  • อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อแดงและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูง
  • อาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น ขนมหวานและของทอด
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มหวาน และอาหารแปรรูป

6 วิธีลดไตรกลีเซอไรด์ด้วยการปรับพฤติกรรม

สำหรับวิธีลดไขมันไตรกลีเซอไรด์สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้

  1. ปรับลดอาหารที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น ของทอด น้ำอัดลม ขนมหวานต่าง ๆ
  2. เพิ่มอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวและไฟเบอร์สูง กินไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา และอะโวคาโด กินอาหารไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และคีนัว
  3. เพิ่มอาหารที่ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ อาหารช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ที่ควรทาน ได้แก่ อาหารประเภทเนื้อปลา โดยเน้นที่ปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาแซลมอน เนื่องจากมีโอเมก้า 3 ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และจะช่วยในการเพิ่มไขมันดีในเลือด (HDL) อีกด้วย
  4. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์
  5. ควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน
  6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
อาหารช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง | ประกันโรคร้ายแรง | รู้ใจ

อ่านฉลากสินค้าก่อนซื้อทุกครั้ง ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้!

ใครว่าฉลากอาหารไม่สำคัญ ต่อไปนี้ก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้สังเกตฉลากอาหาร หาคำเหล่านี้ เช่น น้ำตาลทรายแดง น้ำเชื่อมข้าวโพด หรือคำที่ลงท้ายด้วย -ose เช่น dextrose, glucose น้ำผลไม้เข้มข้น น้ำเชื่อมอ้อย น้ำตาลอ้อย น้ำผึ้ง น้ำตาลมอลต์ น้ำตาล Molasses หากมีชื่อใดชื่อหนึ่งในฉลากอาหาร จงรู้ไว้เถิดว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะทำให้ค่าไตรกลีเซอร์ไรด์สูงขึ้น ซึ่งเป็นอาหารที่เราควรหลีกเลี่ยง!

ยารักษาไตรกลีเซอไรด์สูงมีแบบไหนบ้าง?

การรักษาไตรกลีเซอไรด์สูงส่วนมากจะรักษาด้วยการไม่ใช้ยาก่อนในระยะเริ่มต้น เช่น การปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ หากระดับไตรกลีเซอไรด์ยังไม่ลดลง อาจต้องใช้ยาลดไตรกลีเซอไรด์ หรือยาอื่น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมกับการปรับพฤติกรรม โดยกลุ่มยาที่ใช้รักษาไตรกลีเซอไรด์สูง เช่น

  1. ไฟเบรต (Fibrates) เช่น ฟินเฟนซิน (Fenofibrate) และเจมฟิบโรซิล (Gemfibrozil)
  2. โอเมก้า-3 เช่น น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์
  3. สแตติน (Statins) เช่น ซิมวาสติน (Simvastatin) และอะโตวาสตาติน (Atorvastatin) ซึ่งอาจใช้ร่วมกับการรักษาไตรกลีเซอไรด์สูง

อย่างไรก็ตาม การรักษาควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรเชื่อการขายออนไลน์ที่มีโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง หรือหากอยากทานอาหารเสริม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนทาน

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจระดับไตรกลีเซอไรด์?

สถาบันหัวใจ ปอด และโลหิตแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Heart, Lung, and Blood Institute) แนะนำให้ทุกคนตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Test) ดังนี้

  • ตรวจเป็นครั้งแรกเมื่ออายุระหว่าง 9 ถึง 11 ปี จากนั้นควรตรวจซ้ำทุก ๆ 5 ปี
  • สำหรับเพศชาย (AMAB: Assigned Male at Birth) ควรตรวจระดับไขมันในเลือดทุก ๆ 1-2 ปี เมื่อมีอายุระหว่าง 45 ถึง 65 ปี  
  • สำหรับเพศหญิง (AFAB: Assigned Female at Birth) ควรตรวจระดับไขมันในเลือดทุก ๆ 1-2 ปี เมื่อมีอายุระหว่าง 55 ถึง 65 ปี  
  • เพศหญิงและชายหลังจากอายุ 65 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจระดับไขมันในเลือดทุกปี เพื่อดูแลและป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไขมันในเลือด

การดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มต้นที่การเลือกอาหารและการใช้ชีวิตอย่างมีสติ การจัดการกับระดับไตรกลีเซอไรด์ให้เป็นปกติสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม รู้ใจขอยกตัวอย่างการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง

ออกกำลังกายช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง | ประกันโรคร้ายแรง | รู้ใจ

6 การออกกำลังกายที่เหมาะกับคนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง

  1. การเดินเร็ว การเดินเร็ว 30 นาทีต่อวันอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อหัวใจและสามารถช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้
  2. การวิ่งเหยาะ (Jogging) การวิ่งเหยาะเบา ๆ หรือวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีและไขมันในร่างกายได้ดี
  3. การปั่นจักรยาน การปั่นจักรยานทั้งแบบกลางแจ้งหรือบนเครื่องปั่นจักรยานในฟิตเนสเป็นการออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและระบบหัวใจหลอดเลือด
  4. การว่ายน้ำ ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ซึ่งช่วยเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย
  5. การเต้นแอโรบิก การเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและเผาผลาญแคลอรีได้ดี ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและลดระดับไขมันในเลือด
  6. โยคะ โยคะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย ลดความเครียด และส่งเสริมสุขภาพจิต การฝึกโยคะยังช่วยปรับสมดุลร่างกายและลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไขมันในเลือด

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและหายใจถี่ขึ้นมีผลดีต่อการลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือด การออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมและควบคุมระดับไขมันในเลือดได้

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินและเห็นด้วยกับประโยคนี้ สิ่งที่เราทำได้คือ การดูแลรักษาสุขภาพไม่ให้เกิดภาวะหรือโรคที่จะเสี่ยงโรคร้ายแรง ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังเสี่ยงถึงชีวิต ถึงแม้ว่าบางโรคจะรักษาหายได้ แต่ก็ใช้ระยะเวลานาน ยังไม่รวมถึงความเจ็บปวดจากอาการของโรค ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการเสียเวลาและโอกาสหลาย ๆ อย่าง ดังนั้น หากใครที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงหรือเกิดภาวะอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แนะนำให้ปรับให้เป็นระดับปกติ และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จากรู้ใจได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือคลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE ได้เลย (Official Line ID: @roojai)

คำจำกัดความ

ไฟเบรต (Fibrates) เป็นกลุ่มยาที่มีโครงสร้างทางเคมีประเภท กรดแอมพิฟาติก และคาร์บอนไซลิคที่เป็นสารเคมีที่มีความสัมพันธ์กับกรดไขมัน ซึ่งยานี้มักถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์
สแตติน (Statins) เป็นกลุ่มยาชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และระดับไตรกลีเซอไรด์ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี ( HDL) ในเลือดอีกด้วย