Roojai

สรุป! วิธีเลือกครีมกันแดดหน้าและตัว ผิวสวย ลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

วิธีเลือกครีมกันแดดหน้าและตัว อย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุคนี้นอกจากปัญหาใหญ่อย่างมลพิษ ฝุ่น ควัน แสงแดดก็เป็นปัญหาที่อาจถูกมองข้าม ทั้งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวเกิดการหมองคล้ำ ฝ้า กระ หรือหากถึงขั้นร้ายแรง อาจก่อให้เกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งผิวหนังได้ บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อครีมกันแดดกันว่าควรเลือกแบบไหน และครีมกันแดดสำหรับหน้าและสำหรับทาตัวเหมือนหรือแตกต่างกันยังไง จะช่วยปกป้องเราจากปัญหาต่าง ๆ ได้ยังไง

สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!

อันตรายจากแสงแดด ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายยังไง?

อันตรายจากแสงแดดยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงโรค ดังนี้

  1. โรคมะเร็งผิวหนัง – รังสียูวีจะเข้าไปทำลาย DNA จนทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ยิ่งผิวสัมผัสแสงแดดจัด ๆ มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น โดยอาการมะเร็งผิวหนังคือ มีผื่นหรือแผลเรื้อรังที่ไม่หาย
  2. ฝ้า – ฝ้าปัญหาใหญ่ของสาว ๆ เพราะฝ้าเป็นตัวการที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัย ซึ่งแสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า บริเวณที่มักจะพบได้แก่ จมูก คาง หน้าผาก แก้ม และมักพบมากในผู้หญิงวัย 30-40 ปี 
  3. ต้อเนื้อ – ต้อเนื้อเกิดจากการที่เยื่อบุตาสัมผัสกับรังสียูวีมากจนเกินไป จนทำให้เกิดเป็นเนื้อรูปสามเหลี่ยมสีออกแดงๆ ยื่นเข้าไปในส่วนของตาดำ จนทำให้เยื่อบุตาเสื่อม
  4. โรคลมแดด – หรือ Stroke ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากจนเกินไป และร่างกายไม่สามารถขับความร้อนเหล่านั้นออกจากร่างกายได้ทัน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด ตาลาย เป็นลม หมดสติหรือช็อก และร้ายไปกว่านั้นถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทำไมแสงแดดถึงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง?

มะเร็งผิวหนังเป็นโรคที่พบมากขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแดดจัด ซึ่งแน่นอนว่าแสงแดดนั้นมีมานานยิ่งกว่ามนุษย์ซะอีก แต่เนื่องจากปัจจัยและสภาวะต่าง ๆ รวมถึงการศึกษามากมาย ทำให้สามารถสรุปได้ว่า แสงแดดนั้นมีส่วนที่ดีและส่วนที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อยู่ โดยปัจจัยที่ทำให้แสงแดดเป็นอันตรายนั้นก็คือ

รังสียูวี

รังสียูวี มีอีกชื่อหนึ่งว่ารังสีอัลตราไวโอเลต เป็นรังสีคลื่นแแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รังสียูวีที่ทำร้ายผิวของเรามีทั้งหมด  3 ขนิด 

  1. รังสียูวีเอ (UVA) – เป็นรังสียูวีที่มีความยาวของคลื่นเฉลี่ยอยู่ที่ 320-400 นาโนมิเตอร์ ซึ่งสามารถทะลุผิวของเราไปถึงชั้นหนังกำพร้าและยังแน่นอนว่ามันสามารถผ่านชั้นหนังกำพร้าไปถึงชั้นหนังแท้ของเราได้อีกด้วย ซึ่งหากผิวของเราได้รับรังสียูวีเอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนังของเรา และจะไปทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ต้นเหตุของรอยเหี่ยวย่นทั้งหลาย และแน่นอนว่าผิวของเราจะดูแก่ก่อนวัยหากโดนแดดแบบนี้ในระยะยาวโดยที่ไม่มีการป้องกัน 
  2. รังสียูวีบี (UVB) – เป็นรังสีอัลตราไวโอเลตอีกหนึ่งชนิดที่มีความยาวของคลื่นเฉลี่ยอยู่ที่ 290-300 นาโนมิเตอร์ แต่รังสียูวีบีตัวนี้จะไม่สามารถทะลุชั้นผิวหนังลึกๆ ได้ แต่เป็นตัวการทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และเกิดอาการแสบๆ ร้อนๆ หรือผื่นแดง หรือผิวไหม้
  3. รังสียูวีซี (UVC) – แม้ว่าเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับรังสียูวีซีสักเท่าไหร่ แต่ใช่ว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบต่อเรา รังสียูวีซีสามารถทะลุผ่านชั้นโอโซนมายังพื้นโลกได้ โดยรู้หรือไม่ว่าใครเป็นตัวทำให้เกิดรังสียูวีซี ธรรมชาติ? คำตอบคือ มนุษย์เรานี่แหละที่ทำให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและมลพิษเหล่านั้นเองที่ไปทำลายชั้นโอโซนให้บางลง จนทำให้รังสียูวีซีสามารถทะลุผ่านเข้ามาได้

แสงสีฟ้า

นอกจากแสงแดดที่มีรังสียูวีที่ทำให้สุขภาพผิวของเราแล้ว แสงสีฟ้าก็เป็นแสงอีกหนึ่งชนิดที่เป็นตัวการทำร้ายผิวสวย ๆ ของเรา แล้วแสงสีฟ้ามาจากไหนบ้าง ก็มาจากโทรศัพท์มือถือ จอคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสงสีฟ้าเหล่านี้ จะเป็นอันตรายต่อผิวถึงขั้นไหนนั้นมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระยะเวลาที่ผิวโดนแสงสีฟ้า หรือระหว่างที่เราเล่นมือถือระดับความเข้มของแสงสีฟ้าอยู่ระดับไหน ใช้โหมด Eye comfort shield หรือไม่ และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของผิวแต่ละคน ยกตัวอย่างอันตรายจากแสงสีฟ้า เช่น ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ก่อให้เกิดความหมองคล้ำ ทำให้เกิดสิวอักเสบ และที่สำคัญแสงสีฟ้ายังไปรบกวนการนอนของเราอีกด้วย 

ครีมกันแดดสำคัญยังไง?

เมื่อเรารู้จักตัวการทำลายผิวของเราแล้ว เราก็ต้องรู้จักตัวการปกป้องผิวของเราด้วย ครีมกันแดดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีไว้สำหรับปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีรังสียูวีซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดมะเร็งผิวหนัง รวมถึงการสร้างเม็ดสีที่ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ การทาครีมกันแดดเป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น ถึงแม้ว่าจะนั่งทำงานที่บ้านหรือในออฟฟิศก็ตาม เพราะถึงแม้เราจะอยู่ในอาคารและคิดว่าจะไม่โดนรังสียูวี แต่มีงานวิจัยออกมาแล้วว่า เมื่อเราเห็นแสงจากพระอาทิตย์ นั่นแปลว่าเราก็ได้รับรังสียูวีเข้าไปแล้วเพราะมันสามารถเดินผ่านกระจกได้ และอย่าลืมว่ายังมีแสงสีฟ้าที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวนี้ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำได้เช่นกัน 

เลือกครีมกันแดดที่มี SPF สูง เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV

ทากันแดดยังไงให้ลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง?

ถ้าถามว่าครีมกันแดดสำคัญแค่ไหน? ก็ต้องถามกลับว่ามะเร็งผิวหนังอันตรายไหม? ถึงแม้ครีมกันแดดจะป้องกันมะเร็งผิวหนังไม่ได้ 100% แต่ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยตัวช่วยที่ทำให้ลดความเสี่ยงได้ เพราะว่ามะเร็งผิวหนังเกิดจากการรังสี UV เข้าทำลาย DNA (Genotoxic) จนทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นการไม่ทากันแดดเหมือนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังโดยไม่รู้ตัว 

สำหรับการทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง พญ.สุรีรัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะนำว่า การทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ควรใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม เกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่คิดว่าต้องโดนแดดแน่ ๆ ส่วนใบหน้าแนะนำให้ใช้ปริมาณครีมกันแดดประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือขนาดเท่ากับเหรียญ 10 บาท และหากเป็นกันแดดหน้าชนิดที่ไม่กันน้ำ ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง  

นอกจากการทากันแดด การทำประกันมะเร็งเอาไว้ ป้องกันเอาไว้ดีกว่าแก้ วางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้ ดีกว่ามานั่งคิดว่ามะเร็งผิวหนังรักษาหายไหมแน่นอน ประกันมะเร็งที่รู้ใจ ซื้อง่าย จ่ายเบา คุ้มครองมะเร็งทุกชนิด ทุกระยะ 

ครีมกันแดดทาตอนไหนถึงมีประสิทธิภาพ

การทาครีมกันแดดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควรทาก่อนออกแดดหรือก่อนจะออกจากบ้านประมาณ 15-30 นาที และยิ่งยุคนี้มี ฝุ่น PM2.5 การเตรียมผิวให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรทาครีมกันแดดก่อนการแต่งหน้า ครีมกันแดดบางตัวจะมีความหนืด ควรรอให้ครีมกันแดดซึมลงผิวก่อน ถึงค่อยลงรองพื้นเป็นขั้นตอนต่อไป

ครีมกันแดดทาหน้าและทาตัวแตกต่างกันยังไง?

เพราะผิวหน้าและผิวกายมีความแตกต่างกันอยู่มาก ในหลายกรณีเราไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของผิวหน้ากับผิวตัวได้ และก็ไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ผิวตัวกับผิวหน้าได้ อย่างครีมกันแดดเราไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ และความแตกต่างระหว่างกันแดดหน้าและกันแดดสำหรับทาตัว จะต่างกันอยู่ 2 ส่วนใหญ่ คือ

ชนิด กันแดดหน้า กันแดดตัว
ส่วนผสม​ กันแดดหน้าจะมีส่วนผสมที่อ่อนโยนมากกว่า เนื่องจากผิวหน้าเป็นผิวที่บอบบางกว่าผิวส่วนอื่นๆ แต่กันแดดตัวจะมีส่วนผสมที่เข้มข้นกว่า
ผิวสัมผัส​ กันแดดหน้าจะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยได้ง่าย เพราะผิวหน้าต้องการการบำรุงมากกว่าผิวบริเวณอื่น บางยี่ห้อหรือบางสูตรจะสามารถควบคุมความมัน หรือเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อีกด้วย กันแดดตัว มักจะมีเนื้อสัมผัสที่ข้นกว่า เพราะผิวกายต้องการการปกป้องมากกว่าผิวหน้า กันแดดทาตัวบางยี่ห้อจะมีสูตรกักเก็บน้ำ กันเหงื่อ หรือกันน้ำทะเล แล้วแต่ยี่ห้อ ก่อนซื้อจึงควรอ่านฉลากให้ละเอียด
ปกป้องผิวด้วยการเลือกครีมกันแดดที่ดี ลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

ก่อนซื้อครีมกันแดดควรพิจารณาอะไรบ้าง?

รู้จักประเภทและวิธีการทาแล้ว แต่ครีมกันแดดที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แล้วจะเลือกแบบไหนดีล่ะ? ราคาต่างกันแล้วประสิทธิภาพจะต่างกันขนาดไหน เราเลยมีเกณฑ์มาให้ช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อกันแดดใหได้ประสิทธิภาพที่สุด

ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด

  • ค่า SPF เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดผิวไหม้แดด ค่า SPF ที่สูงขึ้นจะสามารถปกป้องผิวได้นานขึ้น เช่น SPF 30 หมายถึงสามารถปกป้องผิวได้ยาวนานกว่าผิวปกติ 30 เท่า หรือกันรังสี UVB ได้ 96.7%
  • ค่า PA เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ ค่า PA มีระดับตั้งแต่ PA+ (ปกป้องได้ 2 เท่า) ไปจนถึง PA++++ (ปกป้องได้มากกว่า 16 เท่า) โดย PA+++ หมายถึงสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้ประมาณ 8 เท่าจากผิวปกติ

ดูความเหมาะสมกับสภาพผิว

ครีมกันแดดดีๆ ต้องเข้ากับสภาพผิวหน้าและกระจายตัวได้ดี ไม่ก่อให้เกิดคราบเหนอะ ซึ่งครีมกันแดดในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ หลายสูตรให้เลือกซื้อ ทั้งที่เป็นเนื้อครีม เนื้อเจล หรือมาในลักษณะของน้ำ ซึ่งแต่ละชนิดจะเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน เช่น คนผิวมันควรเลือกซื้อกันแดดชนิดที่เป็นเจลหรือเป็นโลชั่นจะดีกว่า เป็นต้น

ถึงแม้ว่าจะมีครีมกันแดดทาปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วก็ตาม แต่มลภาวะอื่นๆ รอบๆ ตัวเรา เช่น ความร้อน ควันจากท่อไอเสีย ฝุ่น PM2.5 หรือแม้กระทั่งสารปนเปื้อนที่อาจปนมากับน้ำดื่มและอาหาร ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายด้วยกันทั้งสิ้น การปกป้องตัวเองทุกวิถีทางเป็นเรื่องที่รอบคอบและสมควรทำ เช่น การทำประกันมะเร็งเอาไว้ในวันที่สุขภาพยังแข็งแรง เพื่อคลายความกังวลใจในเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จากรู้ใจได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือคลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE ได้เลย (Official Line ID: @roojai) 

คำจำกัดความ

ฝ้า คืออาการทางผิวหนังที่มีลักษณะเป็นรอยด่างสีน้ำตาลหรือสีเทาอ่อนบนผิวหนัง เกิดจากการที่ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไป มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า
กระ จุดด่างดำที่เกิดบนผิวหนัง มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม มักพบได้บนใบหน้า ลำคอ แขน และขา
ค่า SPF เป็นค่าที่บอกถึงความสามารถในการป้องกันรังสียูวีบี ไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิว ซึ่งตัวเลขข้างหลัง SPF จะเป็นจำนวนเท่าของการปกป้องผิวของเรา